ครม.ช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากปรับค่าแรง 300 บาท

ข่าวครม. ค่าแรง300

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานอันเนื่องมาจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เพิ่มเติมให้ครอบคลุมผลกระทบของผู้ประกอบการก่อสร้างให้สามารถทำงานให้กับภาครัฐแล้วเสร็จตามสัญญาโดยเร็ว

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า ครม. ได้เห็นชอบให้ความช่วยเหลือ 4 ประเด็น คือ (1) ผู้รับจ้างที่ได้รับความช่วยเหลือฯ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 มาก่อนแล้ว และต้องทำงานแล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง จึงจะของดหรือลดค่าปรับได้ จำนวน 150 วัน  (2) ส่วนราชการได้ตัวผู้รับจ้างก่อนวันที่ 1 มกราคม 2556 แต่ลงนามได้หลังจากวันที่ 22 เมษายน 2556 จะได้รับความช่วยเหลือในการงดหรือลดค่าปรับ รวมจำนวน 300 วัน แต่ต้องทำงานเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว  (3) สัญญาจ้างที่ลงนามตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2556 ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ผู้รับจ้างต้องทำงานเสร็จ จึงจะได้งดหรือลดค่าปรับ จำนวน 150 วัน  และ (4) ผู้รับจ้างที่ถูกทิ้งงานไปแล้ว ให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งทิ้งงาน  ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างทำงานแล้วเสร็จเกินจากระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ยังคงต้องเสียค่าปรับตามจำนวนวันที่เกินไปอยู่เช่นเดิมก่อนหน้านี้ กรมบัญชีกลางได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างไปแล้ว จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีสัญญาจ้างมีผลผูกพันอยู่ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 22 เมษายน 2556 ให้ขยายระยะเวลาหรืองดลดค่าปรับ ออกไปจำนวน 150 วัน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556  และครั้งที่ 2 ให้ขยายระยะเวลาเพิ่มเติมจากครั้งที่ 1 อีก 150 วัน ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องทำงานให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ขยายเพิ่มให้ จึงจะได้ลดหรืองดค่าปรับ แต่หากทำงานเสร็จสิ้นเกิน 150 วัน จะไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557

“การให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเพิ่มเติมในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการผลักดันของสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย นอกจากจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบเร่งดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาโดยเร็วแล้ว ยังทำให้ผู้ประกอบการก่อสร้างที่เป็น SME สามารถดำเนินการตามสัญญาต่อไปได้ด้วย”
นายมนัสกล่าว

ที่มา : กระทรวงการคลัง
ผู้นำเสนอ : กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
ขอบคุณ http://www.thaigov.go.th/